ศูนย์บริการสุขภาพสายตา สาขาวิชาทัศนมาตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 
  เข้าสู่ระบบ or สมัครสมาชิกหน้าแรกกระดานข่าวดาวน์โหลดสำหรับสมาชิกสารบัญเว็บ  
ประชาสัมพันธ์จาก HQ
· อะไรที่ Optometry ต่างจาก Medicine จากอดีตถึงวันนี้
· ประกาศกระทรวงสาธารณสุขในสาขา Optometry
· วิชาการสายตาในประเทศเพื่อนบ้าน
· คำชี้แจงปัญหาการติดเชื้อคอนแทกเลนส์
ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่
ขณะนี้มี 15 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่
สายด่วนเรื่องตา
·American Academy Of Ophthalmology Wins Award Of Excellence For Haiti Relief Efforts
·Face Recognition Study May Lead To Improved Computer Face Recognition Algorithms
·When Is It Time For Cataract Surgery?
·Back-To-School Checklist Should Include Trip To Eye Doctor
·Can We Trust What A Model Predicts?
·NEI/FDA To Hold One-Day Glaucoma Endpoints Meeting
·Omeros Enrolls First Patient In Phase 2b Clinical Trial Evaluating OMS302 In Patients Undergoing Cataract Surgery
·Contact Lens Injury Leading Cause Of Medical Device Emergency Visits Among US Children
·iCo Therapeutics Inc. Receives Health Canada Clearance To Conduct Phase II DME Trial With iCo-007
·Two Therapies Slow Diabetic Eye Disease Progression

อ่านต่อ...
แบบสำรวจ
ควรหรือไม่ที่ผู้ให้บริการทางการแพทย์ด้านสายตาจำเป็นต้องได้รับการศึกษาตามมาตรฐานสูงสุดระดับสากล?

ควรเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เห็นจำเป็น



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน: 419
คำแนะนำ: 31
วิชาการสายตาในโลก
· 11: Asia-Pacific Council of Optometry
Thai Optometry Network :: ดูกระทู้ - สอบถามนะคะ
Thai Optometry Network หน้ากระดานข่าวหลัก
สมัครสมาชิกค้นหาคำถามถามบ่อยของกระดานข่าวรายนามสมาชิกกลุ่มผู้ใช้งานเข้าระบบ
ตอบกระทู้ หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
สอบถามนะคะ
ผู้ส่ง ข้อความ
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 07/02/2007 11:21 pm

คุณปู่ของดิฉันอายุมากแล้ว 75 ปี ท่านเป็นต้อหินค่ะ แพทย์แจ้งว่าความดันลูกตาสูงมากไม่สามารถผ่าตัดได้ ท่านเคยทำเลเซอร์มาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น ตอนนี้ตาท่านเริ่มมองไม่เห็นแล้วดิฉันรู้สึกใจหายไม่รู้จะปรึกษาใคร พอมีทางไหนช่วยท่านได้อีกไหมคะ (ขอบคุณมากเลยนะคะ)

แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 11/02/2007 11:49 pm

จักษุแพทย์ที่ให้การรักษา ท่านชี้แจง หรือบอกข้อควรปฏิบัติ
พร้อมทั้งบอกถึงแผนการรักษาอย่างไรบ้าง

เนื่องจากโรคนี้ ในทางสาธารณสุขอยู่ในขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของจักษุแพทย์
ส่วนทางด้านทัศนมาตรศาสตร์จะเน้นหนักเรื่องการมองเห็น เรื่องสายตา แต่ก็ได้รับการ
ศึกษาเกี่ยวกับโรคตา พอจะวินิจฉัยในเบื้องต้น หากตรวจพบจะต้องส่งตัวคนไข้ให้แก่
จักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย และให้การบำบัดรักษาต่อไป

หากอยากทราบตามที่ถามมา กรุณาตอบคำถามดังนี้
1.คนไข้มีโรคประจำตัวอื่น ใดบ้าง เป็นมานานแค่ไหน ปัจจุบันรักษาอย่างไร เช่นทานยา
หรือผ่าตัดแล้ว
2. คนไข้มีโรคตาหรืออาการทางตาอย่างอื่นหรือไม่ เช่น มีต้อกระจกหรือไม่ รักษารึยัง อย่างไร
3. คนไข้ทราบว่าเป็นต้อหินนานรึยัง เนื่องจากต้อหินมีทั้งประเภทมุมปิด และมุมเปิด
มีทั้งประเภทเฉียบพลัน และเรื้อรัง
4. ส่วนมากคนไข้ต้อหิน จะสูญเสียการมองเห็นบริเวณรอบนอกก่อน หากเป็นเรื้อรัง
และจะค่อยค่อยมีมีลานสายตาที่แคบลง
5.นอกจากรักษาด้วยเลเซอร์แล้ว มีรักษาด้วยยาด้วยหรือไม่ หากมรกรุณาระบุชื่อยาด้วย
6.อาการที่เริ่มมองไม่เห็น เป็นอย่างไร อาการฝ้าฟางมัวๆ หรือเป็นอย่างไร ทางจักษุแพทย์
ทราบหรือไม่ แล้วเขาว่ายังไง

ด้วยความปรารถนาดี

แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 14/02/2007 9:57 pm

ขอบคุณมากเลยค่ะที่เสียเวลาเข้ามาตอบคำถาม Very Happy

1. คุณปู่ของดิฉันเป็นต้อหินตั้งแต่แรกเลยค่ะไม่มีอาการแทรกซ้อนของต้อกระจกตอนนี้แพทย์ที่รามา แจ้งว่าประสาทตาเสื่อมมาก ผ่าตัดได้แต่%น้อยมาก คือท่านไม่เข้าใจว่าทางการแพทย์ไม่มีใครสามารถรับรองผลให้ได้ เราต้องเสี่ยงเหมือนกัน ที่เคยยิงเลเซอร์ไปจากมองเห็นได้ดีก็ Drop ลงเยอะ
2. แพทย์ก็ให้ยามาทานเพื่อลดความดันในลูกตาแต่ดิฉันไม่ทราบชื่อตัวยานะคะ และท่านมีโรคความดันโลหิตสูงต้องทานยาเช่นกันประกอบกับอายุมากแล้วก็เลยกลัวไม่กล้าเชื่อใครเพราะรอบข้างที่ผ่าตัดมาก็บอดหมดเลย ดิฉันไปเจอข้อมูลที่บอกว่าวิธีทางสุดท้ายอาจจะต้องผ่าตัดใส่ท่อสังเคราะห์พิเศษ ซึ่งเชื่อมต่อกับจานหรือที่เก็บกักแต่เค้าไม้ได้บอกรายละเอียดเอาไว้ ดิฉันสนใจมากเลยค่ะ อยากทราบรายละเอียด ขอบคุณมากเลยนะคะ ถ้าสะดวกขอเป็นเบอร์ที่สามารถให้คำปรึกษาได้ก็ได้ค่ะที่ (aom_t1@yahoo.com)
ขอบคุณนะคะ Happy Valentine's day ค่ะ Wink

แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 14/02/2007 10:16 pm

ขอโทษนะคะลืมบอกไปว่าท่านเริ่มมองไม่เห็นแล้ว (คือเห็นลางมากๆเริ่มจากบนหัวตารอบๆ) เป็นต้อหินแบบปิด เรื้อรัง ท่านเป็นมานานแล้ว ทราบอาการและพบแพทย์ที่รามามานานแล้วแต่ไม่ยอมผ่าตัดเพราะดื้อมากๆ (แพทย์ก็บอกว่าใน case แบบนี้หายาก) ก็เลยให้ดิฉันลองไปหารายละเอียดวิธีที่ว่ามา (วิธีผ่าตัดใส่ท่อสังเคราะห์พิเศษ ซึ่งเชื่อมต่อกับจานหรือที่เก็บกัก) เพราะดูท่าทางท่านจะใจอ่อนแล้ว
ขอบคุณนะคะ Wink

แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:01 am

ก่อนอื่นขออธิบายเกี่ยวกับต้อหินให้คุณออมทราบคร่าวๆดังนี้

ต้อหินนั้นเป็นภาวะที่ความดันในลูกตาสูงกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งปกติภายในลูกตาจะมีความดัน
ในระดับนึง ทำให้ลูกตาคงรูปอยู่ได้ หากระดับความดันในลูกตาสูงขึ้นในระดับนึงก็จะไปกด
ที่ขั้วประสาทตา ให้ให้เซลประสาทในบริเวณนั้นตาย เปรียบได้กับเราเอาก้อนหินก้อนนึง
ไปวางทับหญ้าในสนามหญ้า ทับนานๆ หญ้าที่ถูกทับก็จะเหลืองและตายในที่สุด
เมื่อเซลประสาทตาบางส่วนตายไป ผลที่ตามมาก็คือสัญญาณภาพที่ส่งมายังเซลประสาทที่ตายไป
ก็ย่อมสูญหายไปด้วย นั้นเป็นสาเหตุนึงที่คนไข้ต้อหิน สูญเสียการมองเห็นไป แล้วเซลประสาทตา
หรือแม้กระทั่งเซลสมองก็ตาม มีข้อยกเว้นไม่เหมือนเซลส่วนอื่นของร่างกาย กล่าวคือ
หากเสียหาย หรือตายไป ร่างกายนั้นไม่สามารถที่จะสร้างใหม่มาทดแทนได้

ดังนั้นการมองเห็นที่สูญเสียไป ไม่สามารถเรียกคืนได้ ทำได้ดีที่สุดก็คือ พยุงไว้ไม่ให้แย่กว่าเดิม



รูปแสดงความดันในลูกตา

แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:15 am

รูปตัดขวางของตาปกติ เพื่อให้เห็นจุดเกิดเหตุ



ขออธิบายเพิ่มเติมว่า ความดันในลูกตานั้นเกิดจากการที่ในลูกตานั้น มีส่วนนึงที่ทำหน้าที่
ผลิตน้ำออกมาใหม่ แล้วก็มีการระบายน้ำในลูกตาเก่าออกไป ทีนี้หากผลิตออกมา 10 แล้ว
ระบายออกไป 10 ก็ปกติ แต่ปัญหาจะเกิดขึ้น 2 อย่างคือ
1. การผลิตปกติ 10 แต่การระบายออกผิดปกติ ระบายออกได้แค่ 7 ก็จะเหลือสะสม 3 ส่วน
ในทุกครั้งของรอบการผลิต หลายๆรอบเข้า ก็สะสมมากขึ้น ความดันในลูกตาจึงสูงขึ้น
2. การผลิตมากเกินปกติ แทนที่จะผลิต 10 กลับผลิต 13 การระบายออกปกติคือ 10 ก็มีปัญหา
เพราะมีส่วนผลิตเกินไป 3 ส่วน เช่นนี้ก็เป็นปัญหาสะสมเหมือนกัน

พอเกิดความดันในลูกตาดังรูป



แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:22 am

กลับมาดูตรงจุดที่ผลิต และระบายออก ดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นภาพตัดขวาง



ส่วน ciliary body นั้นจะจะผลิตน้ำออกมา
และระบายออกทางมุมตา (มุมบรรจบระหว่างม่านตาและกระจกตา)
ทาง Trabecular meshwork ดังรูปข้างบน

รูปต่อมาเป็นเส้นทางเดินตามปกติของน้ำในลูกตา ที่ควรจะเป็น ดังรูป




แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:26 am

ภาพแสดงเส้นทางของน้ำอีกมุมนึง



แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:31 am

รูปต่อมาแสดงให้เห็นถึง Trabecular mashwork ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร

จะเห็นได้ว่ามันเหมือนตะแกรง ทำหน้าที่กรอง เมื่อเป็นอย่างนี้ ย่อมมีโอกาสที่จะตัน
ถ้าตันหรือติดขัด มีเศษอะไรมาขวาง ก็ระบายไม่สะดวกนั่นเอง



แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:33 am

ต่อมาเป็นรูปแสดงต้อหินแบบมุมเปิด





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย aquarius เมื่อ 15/02/2007 12:39 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:36 am

ตามมาด้วยต้อหิน แบบมุมปิด





แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:38 am

รูปนี้แสดงให้เห็นการดำเนินโรค ว่าเมื่อความดันในลูกตาสูงขึ้น ก็จะมีแรงกดที่
ขั้วประสาทตามากขึ้น การมองเห็นก็จะแย่ลง ดังรูป



แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:45 am

นี่คือภาพที่ผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อหินเห็น สังเกตุดูจะพบว่าการมองเห็นที่เสียไปจะเป็นที่
รอบนอก แต่ตรงกลางยังดีอยู่ เพียงแต่ว่า เมื่อโรคดำเนินไปเรื่อยๆ บริเวณที่มองเห็นก็
จะแคบลงแคบลง จนในที่สุดก็จะสูญเสียการมองเห็น หากไม่ได้รับการบำบัด







[/url]

แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 12:53 am

การรักษาวิธีนึง นอกจากการใช้ยา คือการยิง LASER เจาะม่านตา เพื่อให้น้ำระบายจากด้านหลัง
ม่านตา ไปสู่ด้านหน้าม่านตาได้เร็วขึ้น ไม่ต้องอ้อม โดยมากวิธีนี้จะใช้บำบัดผู้ป่วยที่มาด้วยโรคต้อหินแบบเฉียบพลัน กล่าวคือเป็นภาวะที่เลนส์ตาเคลื่อนมาข้างหน้า ไปอุดช่องม่านตา ทำให้น้ำ
ระบายไม่ได้



รูปจริง จะเป็นอย่างนี้ โดยหลักการแล้วมักจะทำที่ด้านบนบริเวณ 12 นาฬิกา เพราะ โดยปกติ
หนังตาบนจะลงมาปิดรูนี้ไม่ให้แสงเข้าได้ หากแสงเข้ามาในรูที่เจาะใหม่ จะมีปัญหา
ต่อการมองเห็น รูปล่างนี้เรียก Iridectomy แต่รูปบนเป็นแบบ Iridotomy



แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
ตอบ ตอบ: 15/02/2007 1:03 am

นี่ก็เป็นการรักษาอีกวิธีนึง เป็นการใช้ LASER ยิงไปที่ Trabecular meskmork ไป
ทะลวงให้รูทางระยายออก ให้มันใหญ่ขึ้น จะได้ระบายได้ดีขึ้น




รูปนี้แสดงให้เห็นว่าเมื่อยิงแสง LASER แล้วเป็นยังไง



นี่เป็นภาพขยายบริเวณ Trabecular mashwork





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย aquarius เมื่อ 15/02/2007 1:30 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:
ตอบกระทู้ หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
  



สนับสนุนโดย

Association of Thai Optometrists (ThaiOptometry.ORG)
Thai Academy of Optometry and Vision Science
กลุ่มทัศนเวชศาสตร์และทัศนวิทยาแห่งประเทศไทย

Thai Edition by ThaiNukeWeb site powered by PHP-Nuke

All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2002 by Thai Optometry Network - A partner of Thai Academy of Optometry and Vision Science


ผู้ที่เข้ามาใช้บริการหรือเข้ามาชม ThaiOptometry.NET จะต้องยอมรับและปฏิบัติตามข้อกำหนดว่า ThaiOptometry.NET ไม่ใช่ที่ซึ่งแพทย์ใช้ทำการรักษาโรค แต่เป็นแหล่งให้ความรู้ คำแนะนำ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้กับประชาชนเท่านั้น ข้อความต่างๆที่มีอยู่ใน ThaiOptometry.NET ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทางด้านการแพทย์แก่ผู้ที่มาชมเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยในการรักษาของแพทย์ที่มีในผู้ป่วยแต่ละรายได้ เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับไม่เพียงพอที่จะนำมาซึ่งการได้รับการวินิจฉัยโรค ข้อความต่างๆที่มีอยู่ใน ThaiOptometry.NET ถูกเขียนขึ้นตามหลักทางวิชาการที่มีในช่วงเวลาที่เขียนเท่านั้น  ผู้อ่านจะต้องยอมรับว่าการวิจัยต่างๆที่เกิดขึ้นมาในภายหลัง อาจจะทำให้เกิดคำแนะนำใหม่ๆที่ต่างออกไปได้ ข้อความและคำแนะนำต่างๆ ใน ThaiOptometry.NET ถูกเขียนขึ้นจากความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านเท่านั้น  ThaiOptometry.NET และ Thai Academy of Optometry and Vision Science จะไม่ขอรับผิดชอบถึงผลเสียหรือผลกระทบที่อาจเกิดตามมาจากผลของข้อความหรือคำแนะนำนั้นๆ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน